ถอดบทเรียนการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

บ้านบุ่งจิก

 

 

 

 

 

 

 

 

หมู่ที่ ๓ ตำบลหาดกรวด

 อำเภอเมือง

จังหวัดอุตรดิตถ์

 

 

 

                     สรุปบทเรียนการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

          บ้านบุ่งจิก  หมู่ที่    ตำบลหาดกรวด  อำเภอเมือง  จังหวัดอุตรดิตถ์

                           ………………………………………………………………….

๑. บริบทชุมชน

  ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของหมู่บ้าน

   ประวัติความเป็นมาและการพัฒนาการของหมู่บ้าน

                    ประวัติของหมู่ที่ ๓ นั้น หมู่ที่ ๓ เป็นหมู่บ้านที่มีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำน่านเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อสมัยก่อน (ยังไม่ได้มีเขื่อนสิริกิตย์) น้ำจากแม่น้ำน่านในฤดูฝนจึงขึ้นมาท่วมที่ทำการเกษตรของชาวบ้านเป็นประจำทุกปี ในหมู่ที่ ๓ มี บุ่ง (หนองน้ำใหญ่) ถ้าน้ำขึ้นมาแล้วพอน้ำลดก็จะเหลือทิ้งไว้ในบุ่ง ในบุ่งมีต้นจิกมากมายแต่ปัจจุบันเหลืออยู่ต้นเดียวเขาจึงเรียกว่า บุ่งจิก สำหรับผู้นำมีมาแล้ว ๔ คน ผู้นำคนปัจจุบันคือ นายชัยโรจน์   ทองราช เป็นผู้ใหญ่บ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างประชากรและอาชีพ

          จำนวนครัวเรือน           ๓๓๕    ครัวเรือน

ประชากร        ๑,๒๗๕  คน ชาย          ๖๒๕    คน หญิง          ๖๕๐    คน

- อาชีพหลัก ทำนา   จำนวน           ๑๕๖    ครัวเรือน  รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ๒๓,๘๙๙  บาท

- อาชีพเสริม ปลูก ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์   จำนวน           ๘๒      ครัวเรือน

 ยาสูบ                      จำนวน                    ๓๕      ครัวเรือน

       - รายได้ภาคเกษตรเฉลี่ย     ๔๕,๖๘๕          บาท/ครัวเรือน/ปี

       - รายได้นอกภาคเกษตรเฉลี่ย           ๓๒,๐๐๐        บาท/ครัวเรือน/ปี

- รายได้เฉลี่ยของประชากร (ตามเกณฑ์ จปฐ. ปี ๒๕๕๔)           ๔๗,๒๔๐  บาท/คน/ปี

 

ข้อมูลสภาพทั่วไปของหมู่บ้าน/ชุมชน

- พื้นที่อยู่อาศัย       ๕๕๐    ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร     ๑,๕๖๕  ไร่ ทำนาปีละ            ครั้ง

- พื้นที่ทำนา          ๑,๐๐๕  ไร่ พื้นที่ทำไร่     ๕๐๐    ไร่ พื้นที่ทำสวน            ๖๐      ไร่

 

 

-              -      

 

 

การส่งเสริมศาสนา  วัฒนธรรม ประเพณี

                   ชาวบ้านบุ่งจิกส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  โดยมีกิจกรรมทางศาสนาและประเพณี ดังนี้

                   ตักบาตรทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ (๓๑ ธ.ค.-๑ ม.ค.)

                   รดน้ำดำหัว ประเพณีสงกานต์ ทำบุญตักบาตรเข้าพรรษา ออกพรรษา ทำบุญสลากภัตร                    

                   วันสารทไทย ทำกระยาสารท การทำขวัญข้าว (ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา)                                            

ข้อมูลกองทุนชุมชนในหมู่บ้าน

      ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม   ๒๕๔๒  มีสมาชิกก่อตั้งจำนวนจำนวน ๓๒ คน      มีคณะกรรมการ ๙  คน ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน ๒๒๑  คน มีเงินสัจจะสะสม ๑,๙๓๐,๐๐๐ บาท ส่งสัจจะเป็นรายเดือน        โดยส่งทุกวันที่ ๕ ของเดือน ณ. ที่ทำการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน มีนางสวาย  ม่วงย้าย เป็นประธาน   

กิจกรรมการดำเนินงาน

                   ๑. รับสมัครสมาชิกปีละ ๑ ครั้ง

                   ๒. ระดมเงินทุนโดยการส่งสัจจะและส่งสัจจะทุกวันที่ ๕ ของเดือน

                   ๓. มีกฎระเบียบของกลุ่ม

                   ๔. ปล่อยให้สมาชิกกลุ่มกู้เพื่อเป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ

                   ๕. จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกลุ่มและสวัสดิการในหมู่บ้าน

ระเบียบของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

                 ๑. กำหนดส่งสัจจะสะสม/ส่งสัจจะพิเศษทุกวันที่ ๕ ของเดือน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๕.๐๐ น.

                  ๒. ถ้าสมาชิกรายใดผิดสัญญาการส่งชำระเงินกู้คืน มีการเสียค่าปรับหรือผู้กู้เสียชีวิตให้คณะกรรมการ         ถอนเงินหุ้นมาชำระในกรณีที่มีเงินหุ้นไม่พอให้คนค้ำประกันชำระแทน

                   ๓. การจัดสรรผลกำไร เป็นไปตามระเบียบของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

      ๒. กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

                    หมู่บ้านได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ปัจจุบันมีสมาชิก ๙๓ คน                    มีคณะกรรมการจำนวน ๙ คน เงินกองทุนหมู่บ้านบัญชี ๑  จำนวน ๑,๓๐๑,๐๐๐ บาท มีนางผกาแก้ว  คิมสิงห์ เป็นประธาน

      ๓.เงินออมทรัพย์กองทุนหมู่บ้าน  บัญชี ๒ จำนวน ๕๒๐,๐๐๐ บาท มีนางผกาแก้ว  คิมสิงห์ เป็นประธาน

      ๔. กองทุนแม่ของแผ่นดิน    มีคณะกรรมการดำเนินการจำนวน ๙ คน ปัจจุบันมีเงินกองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน ๒๘,๐๐๐ บาท มีนายชัยโรจน์  กองราช เป็นประธาน

       ๕. เงินศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน  มีคณะกรรมการดำเนินการจำนวน ๑๑ คน ปัจจุบันมีเงินจำนวน +๑๒,๕๐๐  บาทมีนายชัยโรจน์  กองราช เป็นประธาน

 

 

 

 

กระบวนการ/ขั้นตอนและวิธีการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

 

                   สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิก ได้ดำเนินการจัดตั้งขึ้นจากการคัดเลือกระดับจังหวัด โดยคัดเลือกกลุ่มออมทรัพย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่ในระดับดีมาก เพื่อพัฒนาและยกระดับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน  กรมการพัฒนาชุมชนได้สนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินงานจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิก เป็นเงิน ๑๐๐,๖๐๐ บาท (หนึ่งแสนหกร้อยบาทถ้วน) โดยได้ดำเนินการกิจกรรม ๒ กิจกรรม ดังนี้

 

          กิจกรรมที่ ๑ การขับเคลื่อนทุนชุมชนเพื่อจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

แบ่งเป็น กิจกรรมย่อย ๓ ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑  ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนแก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน  ๑ วัน   ในวันที่  ๑๕  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๕๔    ห้องประชุมเทศบาลตำบลหาดกรวด  กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม  ๒๕  คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ขั้นตอนที่       นำกลุ่มเป้าหมายศึกษาดูงาน   ณ สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านซาววา  หมู่ที่ ๑   ตำบลพระพุทธบาท   อำเภอ        ชียงกลาง จังหวัดน่าน  จำนวน ๑ วัน   ดำเนินการในระหว่างวันที่ ๑๖  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๕๕๔  จำนวน ๒๕    คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนที่ ๓   ประชุมวางแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน โดยมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นแกนนำ โดยกำหนด สถานที่ตั้ง /รูปแบบการบริหารจัดการสถาบัน / เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบัน  และมีกองทุนที่มีความพร้อมร่วมดำเนินการ     จำนวน ๑ วัน   ดำเนินการในระหว่างวันที่ ๑๗  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๕๕๔  จำนวน ๒๕    คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมที่ ๒  การเสริมสร้างทักษะคณะกรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

                       เพื่อให้กรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการบริหารจัดการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน และดำเนินการเปิดสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนมี

ขั้นตอนดังนี้

                  ขั้นตอนที่ ๑  ฝึกอบรมคณะกรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ระยะเวลา ๒ วันโดยให้กรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ไปฝึกอบรมและฝึกปฎิบัติณ สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนที่มีการดำเนินงานที่ดีและเป็นแบบอย่างได้ โดยคณะกรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิกไปฝึกปฏิบัติที่ สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านชายเขาบก  หมู่ที่ ๒  ตำบลนานกกก  อำเภอลับแล  จังหวัดอุตรดิตถ์   และ สถาบันการเงินบ้าน   ป่าเผือก  หมู่ ๑ ตำบลทุ่งยั้ง  อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน    วัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม  จำนวน ๑๙  คน  (กรรมการ ๑๙  คน)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                       ขั้นตอนที่ ๒ เปิดสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

 

พิธีเปิดสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านชายเขาบก

วันที่    เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

ณ ที่ทำการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิก   หมู่ที่ ๓ ตำบลหาดกรวด

อำเภอเมือง  จังหวัดอุตรดิตถ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พิธีเปิดสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านชายเขาบก

วันที่    เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓

ณ ที่ทำการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิก   หมู่ที่ ๓ ตำบลหาดกรวด

                                               อำเภอเมือง  จังหวัดอุตรดิตถ์

 

 

 

 

. รูปแบบการบริหารจัดการสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน

           โครงสร้างการบริหารจัดการ

                 จากการจัดเวทีประชาคมในการบูรณาการกองทุนชุมเพื่อจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ได้คัดเลือกคณะกรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิก จำนวน    ฝ่าย  ๑๙ คน ประกอบด้วย       ฝ่ายอำนวยการ    คน ฝ่ายเงินกู้    คน ฝ่ายตรวจสอบ ๔  คน  และฝ่ายประชาสัมพันธ์    คน ซึ่งคณะกรรมการบริหารสถาบันมาจากตัวแทนหรือคณะกรรมการกองชุมชนที่มีอยู่ในหมู่บ้าน โดยในเบื้องต้นใช้โครงสร้างการบริหารที่อิงกับโครงสร้างกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งประกอบด้วย

                คณะกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่บริหารจัดการ สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนให้เป็นไปตาม                         ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก การออมเงิน การกู้เงินและการดำเนินกิจกรรมด้านอื่นๆ     ด้วยหลักธรรมาภิบาลและยึดถือคุณธรรม    ประการ

               คณะกรรมการเงินกู้ มีหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์เงินกู้ ของสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ระบบการติดตามเงินกู้และพิจารณาให้ความเห็นชอบการกู้เงินของสมาชิกามหลักเกณฑ์ ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม

               คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารเงินออมและเงินกู้รวมถึงการตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฝ่ายอื่น ให้เกิดความถูกต้อง ครบถ้วน ด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิก

               คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานของสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน รณรงค์ให้สมัครเป็นสมาชิกและร่วมกิจกรรมของสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน และเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้สมาชิกนำไปปฎิบัติให้เกิดวิถีชืวิตเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือนและชุมชน

              สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิกได้พิจารณาบุคคลและตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เป็นที่ปรึกษาสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านบุ่งจิกซึ่งประกอบด้วย  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดกรวด  กำนันตำบลหาดกรวด พัฒนาการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ปลัดองค์เทศบาลตำบลหาดกรวด เจ้าหน้าที่เกษตร และสาธารณสุขตำบลหาดกรวด พัฒนากร ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาอุตรดิตถ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาอุตรดิตถ์

                   จากการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนบ้านบุ่งจิก ทำให้สมาชิกสถาบัน ไม่เป็นหนี้นอกระบบ มีเงินทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน และมีประโยชน์ดังนี้

  เป็นแหล่งเงินทุนในชุมชนที่สมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ

๒. มีการออมเงินไว้เพื่ออนาคต

๓. สะดวกในการฝากและถอนเงิน

๔. เป็นแหล่งต่อรองจากองค์กรภาครัฐ

๕. มีการรวมกลุ่มและเกิดความสามัคคี

๖. สร้างความเข็มแข็งในชุมชน

๗. คณะกรรมการมีความซื่อสัตย์และโปร่งใส

   และจากการจัดตั้งสถาบันมีข้อเสนอแนะคือ

1.ต้องสร้างแนวคิด ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากที่มีการจัดตั้งสถาบันฯให้คนในชุมชนทราบและสนใจที่จัดตั้งสถาบันฯจริง

           2. ชี้แจง/ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับทั้งใน ตำบล อำเภอ ตลอดจนภาคเอกชน ให้มีความเข้าใจตรงกันและเข้ามีส่วนร่วมในการจัดตั้งสถาบันฯ

           3.ก่อนจัดตั้งสถาบันฯควรอบรม/สัมมนา/จัดเวทีและศึกษาดูงาน   ให้ความรู้แก่คณะกรรมการ สมาชิก และคนในชุมชน ทุกขั้นตอนให้ชัดเจน

            4.การอบรมและศึกษาดูงานทุกครั้งควรมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในตำบลได้ลงไปร่วมให้ข้อมูลและทำความเข้าใจทุกขั้นตอน

                    5.หลังจากที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรมหรือศึกษาดูงานทุกครั้งต้องมีการสรุปและประเมินผลร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา อุปสรรคทุกครั้ง

                     6.เมื่อมีการจัดตั้งแล้วควรปรับระเบียบให้สอดคล้องกับแนวทางปฎิบัติที่เป็นปัญหา

               กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบุงจิก     หมู่ที่  3    ตำบลหาดกรวด    อำเภอเมือง   จังหวัดอุตรดิตถ์  เป็นกลุ่มเป้าหมายในการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนของจังหวัดอุตรดิตถ์เนื่องจากเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่เข้มแข็ง  ประกอบกับมีกลุ่มที่หลากหลายและมีความเชื่อมโยงกันอยู่กลุ่มดังกล่าวมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มออมทรัพย์  ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี  ผู้นำมีความรับผิดชอบมีวิสัยทัศน์ที่ดี

               พัฒนากรเป็นผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริม  สนับสนุน  และประสานงานให้เกิดกลุ่มออมทรัพย์และพัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์ฯ ให้เป็นสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน  จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน   และมีความรู้ในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี

การบริหารจัดการสถาบันการจัดการเงินทุนให้มีประสิทธิภาพ

การทำงานกับชาวบ้านหัวใจที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน  

ต้องเริ่มในสิ่งที่ชาวบ้านสนใจ    ถ้าชาวบ้านไม่มีความสนใจหรือไม่เข้ามามีส่วนร่วมงานเหล่านั้นก็

ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเขาได้ ที่สำคัญคือต้องรู้ว่าผู้มีส่วนได้- เสียของการจัดตั้งสถาบันคือใคร ต้องทำความเข้าใจให้เค้าทราบวัตถุประสงค์ก่อน เพราะชาวบ้านจะต้องเข้าไปบริหารจัดการด้วยตนเอง   

การเข้าไปกระตุ้นและสร้างแนวคิดและจิตสำนึก·เพื่อการจัดการที่ดีเพื่อรองรับการทำงานตามภารกิจที่กรมฯมอบหมาย

           ต้องติดต่อหรือพูดคุยกับเครือข่ายสถาบันฯ ที่ประสบความสำเร็จเพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวอย่างในการจัดตั้ง

           ต้องกระตุ้นให้สถาบันฯมีการเคลื่อนไหว และมีการต่อยอดสถาบันให้ได้

 

 ข้อแนะนำ/ข้อพึงระวัง

                    1. พัฒนากร/ผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในงานอาชีพที่ทำและต้องมีที่ปรึกษา

                    2. ต้องมีการศึกษาในเรื่องการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนมาเป็นอย่างดี

                    3. ต้องติดต่อหรือพูดคุยกับเครือข่ายสถาบันฯ ที่ประสบความสำเร็จเพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

                   4. ต้องสร้างแรงจูงใจในการทำงานเป็นทีม  และปลูกฝังความประพฤติให้อยู่ในกรอบของหลักการบริหารจัดการที่ดีสำหรับสถาบัน

                    5.ต้องกระตุ้นให้สถาบันฯมีการเคลื่อนไหว และมีการต่อยอดสถาบันให้ได้

                    6.ต้องทราบถึงผู้มีส่วนได้- เสียในการจัดตั้งเพราะการจัดตั้งสถาบันอาจทำให้คนที่เสียผลประโยฃน์เป็นคนคัดค้านและไม่สนับสนุนในการจัดตั้ง จึงต้องชี้แจงให้เห็นประโยชน์ของสถาบันและใช้มติประชามคมในหารจัดตั้งขึ้น

.......................................

  กลับหน้าหลัก